จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรมคือกระบวนการบำบัดผ่านการพูดคุยและการตั้งคำถาม โดยมีเครื่องมือสำคัญในการจัดการอารมณ์เชิงลบของผู้รับบริการด้วยความคิดและพฤติกรรมของผู้รับบริการ
ผู้บำบัดทำหน้าที่ในการตั้งคำถาม วางแผน และหาทางออกของปัญหาทั้งระบบคิด และปัญหาเชิงพฤติกรรมร่วมกัน ในประเทศอังกฤษ มีการนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันผลสำเร็จของ จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม ไปต่อยอดเป็นโครงการชื่อ Increasing Access to Psychological Therapies (IAPT) ด้วยการเปิดให้มีคลินิกเฉพาะทางทั่วประเทศ กระทั่งปัจจุบันผู้คนในอังกฤษมีคุณภาพชีวิตและจิตใจที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ในมุมมองการทำงานด้านจิตใจ "จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม" เห็นความสำคัญในการทำงานการทีมกับสหวิชาชีพอื่น และจิตแพทย์เมื่อประเมินร่วมกันถึงความจำเป็น
จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม เหมาะกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 7 ขวบขึ้นไป และปรับประยุกต์ตามระดับความสามารถในการรับรู้ และการดูแลตนเอง โดยในเด็กหรือผู้มีความต้องการพิเศษ ใช้การปรับประยุกต์เทคนิคของจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรมออกมาในรูปแบบกิจกรรมตามระดับการตอบสนองที่เหมาะสม
ผู้บำบัดทำหน้าที่ในการตั้งคำถาม วางแผน และหาทางออกของปัญหาทั้งระบบคิด และปัญหาเชิงพฤติกรรมร่วมกัน ในประเทศอังกฤษ มีการนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันผลสำเร็จของ จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม ไปต่อยอดเป็นโครงการชื่อ Increasing Access to Psychological Therapies (IAPT) ด้วยการเปิดให้มีคลินิกเฉพาะทางทั่วประเทศ กระทั่งปัจจุบันผู้คนในอังกฤษมีคุณภาพชีวิตและจิตใจที่ดีขึ้น
ทั้งนี้ในมุมมองการทำงานด้านจิตใจ "จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม" เห็นความสำคัญในการทำงานการทีมกับสหวิชาชีพอื่น และจิตแพทย์เมื่อประเมินร่วมกันถึงความจำเป็น
จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม เหมาะกับบุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 7 ขวบขึ้นไป และปรับประยุกต์ตามระดับความสามารถในการรับรู้ และการดูแลตนเอง โดยในเด็กหรือผู้มีความต้องการพิเศษ ใช้การปรับประยุกต์เทคนิคของจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรมออกมาในรูปแบบกิจกรรมตามระดับการตอบสนองที่เหมาะสม
ความโดดเด่นของจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม
- Collaboration เป็นการทำงานร่วมมือกันทั้งสองฝ่ายระหว่างผู้บำบัดและผู้รับการบำบัด เสมือนการร่วมทางกันไปสู่การคลี่คลายปัญหา โดยผู้บำบัดมีความชำนาญในเทคนิควิธีการ และผู้รับการบำบัดมีความเชี่ยวชาญในเรื่องราวของชีวิตตนเอง
- Active engagement ในระหว่างการทำงานร่วมกันต้องอาศัยพลังงานขับเคลื่อนกระบวนการค่อนข้างสูง ดังนั้นในตอนต้นของการบำบัดจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการตั้งเป้าหมายของการบำบัดให้ชัดเจน รัดกุม และเป็นประโยชน์แก่ผู้รับการบำบัดอย่างแท้จริง
- Out-of-session learning (homework) จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม มีปรัชญาในการทำงานสำคัญหลายข้อข้อสำคัญ "Talk less, do more" ด้วยความเชื่อในการเรียนรู้ของมนุษย์ทุกคน หากเปรียบการพูดคุยกันในห้องบำบัดเป็นกระบวนการค้นคว้า การสร้างสรรค์การบ้านและการลงมือทำก็ไม่ต่างกับการทดลองและบันทึกผลของตนเองด้วยตนเอง
- Structure & Time-limited จิตบำบัดความคิดและพฤติกรรมมีเวลาในการทำงานที่รัดกุมและชัดเจน เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้รับการบำบัดให้บริหารแรงจูงใจไปสู่เป้าหมายได้แม่นตรงมากขึ้น
- Use of summaries and feedback อีกปรัชญาในการทำงานสำคัญคือ “Don't trust me, test me.” คืออย่าเพิ่งเชื่อแม้กระทั่งคำพูดของนักบำบัดโปรดเชื่อในหลักฐานที่ได้ค้นพบด้วยตนเอง และสามารถวิพากษ์การทำงานของผู้บำบัดได้อย่างตรงไปตรงมาในฐานะเพื่อนร่วมทีม